อยุธยาท่วมมิด

0


อยุธยาท่วมมิดเห็นแต่น้ำ ภาพจากไทยโพสต์

วันเสาร์ที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๔ น้ำคือสิ่งที่จำเป็น แต่ตอนนี้น้ำคือปัญหา เพราะว่ามากเกินกว่าที่จะรับไว้ แล้วจะทำอย่างไรละ ก็ต้องบอกว่าทำใจ แต่อย่าเสียใจ เพราะมันคือธรรมชาติ ทำไมถึงบอกอย่างนี้ เหตุผลก็คือ ธรรมชาติของพายุที่เข้ากระหน่ำประเทศไทยเรา อย่าน้อยที่สุดปีละ ๒ ลูก อย่างมาก ๙ ลูก มันเป็นอย่างนี้ ธรรมชาติมันเป็นอย่างนี้มาทุกปี ที่บอกว่าอย่าเสียใจก็น่าจะได้นะ นี้ว่ากันถึงพายุก่อนเราห้ามไม่ได้ ต้องทำใจ แต่อย่าเสียใจ ที่นี้เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเราเรียนรู้แล้ว เราก็เตรียมพร้อม เตรียมพร้อมเพื่อที่จะรบกับเจ้าน้ำ ไอ้เจ้าพายุรบกับมันไม่ได้มันหนักเกินไป แล้วไอ้เจ้าน้ำเราจะรบกับมันรบกับมันอย่างไร เมื่อมันมาท่วมบ้านเราแล้ว อย่างนี้ต้องบอกว่าไม่ได้ แต่เรารบกับมันชนะได้ถ้าเรามีสติ น้ำมันมาเมื่อมันท่วมบ้านแล้ว เก็บข้าวของก็ไม่ทันแล้ว แต่น้ำมันทำอันตรายเราได้หรือไม่ มันทำอันตรายเราไม่ได้ใช่หรือไม่ แต่มันสามารถทำให้เราอดตายได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ยังไม่ชนะ แต่ก็ชนะมาแล้วนะ ชนะแล้วถ้าคิดว่ามันทำอันตรายแก่เราไม่ได้ แต่ถ้าอดตายก็ชนะไม่ได้อีกนั่นแหละ ทำอย่างไรละที่นี้ จริงจริงแล้วคนเราเมื่อยังไม่ตาย มีเท้ามีมือก็สามารถหากินได้กินแบบอยู่รอด ไม่มีข่าวว่าอดตายเพราะน้ำท่วม คนเรามีเมตตา อาหารแห้งแจกจ่ายกันก็รับไว้ ถ้าเรามีสติเราก็ไม่อดตาย หาทางรอดได้ ชนะได้แน่ นี้ก็ถือว่าชนะก็แล้วกันนะ ที่นี้ชนะอย่างไรเมื่อบ้านก็พัง หม้อข้าวก็สูญหายไม่มีอะไรเหลือเลย นาข้าวก็จมหาย ขายข้าวไม่ได้ งานก็ไม่ได้ทำ เงินก็ไม่มี เสื้อผ้าก็หาย ทองที่เก็บไว้ก็ไปกับน้ำเสียแล้วจะไปจำนำก็ไม่ได้ แล้วจะชนะได้อย่างไร ก็ต้องตอบว่าชนะได้อีกนั้นแหละ เพราะเรายังไม่ตาย เมื่อยังไม่ตายก็หาใหม่ได้ คุณว่าจริงหรือไม่ พ่อแม่ลูกเมีย อยู่ครบหน้า พร้อมหน้าพร้อมตา เราก็ชนะไอ้เจ้าน้ำมันแล้ว เราจะชนะหรือไม่ชนะมันอยู่ที่ความคิด อยู่ที่จิตว่าเราพร้อมหรือไม่ หากเราคิดได้ เราก็นั่งยิ้ม ไอ้เจ้าน้ำเอ๋ยเจ้าชนะเราไม่ได้หรอก เจ้าแพ้เราแล้ว นั่งยิ้มเยาะให้น้ำมันมันแห้งไปเลย แล้วกลับกันหากเรานั่งเสียใจ นั่งร้องไห้ นั่งฟุ้งซ่านอยู่ มันก็ไม่มีทางให้หม้อข้าวกลับคืนมาอยู่เหมือนเดิมได้ นั่งคิดไตร่ตรองวางแผน นั่งด้วยสติ นั่งด้วยปัญญา ว่าน้ำลดเราจะทำอย่างไรเป็นอันดับแรก อันดับสองดูแลซ่อมบ้านให้มีที่นอนก่อน อันดับสาม อันดับสี่ ปลุกพลังที่มีอยู่ในตัวเราให้มันเข้มแข็ง เก็บสั่งสมพลังเอาไว้ระหว่างน้ำท่วม รอวันกรีฑาทัพ รบศึกต่อไปเมื่อน้ำลดเพราะเรายังไม่ตาย นี้แหละคือผู้ชนะอย่างแท้จริง คุณว่าจริงหรือไม่จริง จงรวมพลัง พลิกวิฤกติให้เป็นโอกาส ด้วยความคิดที่มีอยู่ในตัวเรานี้แหละไม่ต้องไปหาที่ไหน มันอยู่ในตัวของเราทุกคนแล้ว ไม่ต้องไปซื้อหาที่เซเว่น เพราะธรรมชาติให้เรามาแล้ว ให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่เรามาแล้ว แล้วเราจะแพ้ธรรมชาติได้อย่างไรกัน แต่เราต้องยอมรับให้ได้ว่ามันเป็นธรรมดา เมื่อมีพายุก็มีน้ำ เมื่อมีน้ำก็ต้องมีน้ำท่วม เมื่อมีน้ำท่วมก็ต้องมีเสียหายเป็นธรรมดาเป็นธรรมชาติ ฝืนไม่ได้ ถ้าคิดได้อย่างนี้ รับรองไม่เสียใจเลย ไม่เศร้าใจเลย เพราะเราไม่ตาย ถ้าเราตายเราก็แพ้ เราชนะ อดีตก็เรียนรู้ การระบายน้ำ การทำแก้มลิง เราต้องช่วยกันรวมพลังความคิด มันจะได้ท่วมน้อย แต่ท่วมมิดไปแล้วอย่างภาพนี้ซิต้องชนะด้วยความคิดก่อน และก็กลับมาให้เป็นบทเรียนสอนใจ จงบันทึกเอาไว้ระหว่างน้ำท่วมนี้แหละ เพราะหากไม่บันทึกเอาไว้ก็จะลืม ไอ้บันทึกเอาไว้นี้หมายความว่านั่งใคร่ครวญ พิจารณาดูว่าน้ำท่วมเพราะอะไร อะไรเป็นเหตุปัจจัยให้น้ำท่วม บันทึกในความทรงจำ ไม่ให้บันทึกไว้ในกระดาษ แล้วปีต่อไป แล้วปีต่อไป จะได้วางแผน ไม่ต้องเกือบแพ้อย่างครั้งนี้ ไอ้ที่กล่าวมานี้ไม่ได้เฉพาะน้ำท่วม แนวคิดนำไปใช้ได้ทั้งหมด อยู่ที่คุณจะคิดหรือไม่ ลองคิดดูซิ ว่าจริงหรือไม่จริง

" น้ำท่วม "

0
น้ำท่วมทางหลวง รถติดยาว๑๐กิโลเมตร ภาพจากไทยโพสต์

วันศุกร์ที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๔ วันนี้น้ำท่วมหนักทางภาคกลาง อยุธยาแตกพ่ายยับเยิน แตกกับน้ำไม่ได้มีพม่าข้าศึกที่ไหนรบเหมือนแต่ก่อนมา หรอกครับ แต่เป็นข้าศึกที่เป็นภัยธรรมชาติ ดูน้ำท่วมปีนี้เหมือนกับตอนอยุธยาเสียกรุง ครั้งพระเจ้าตากเทครัวลงมายังอยุธยา ตอนนี้พนังกั้นน้ำบางโฉมศรีแตกแล้ว ก็คล้ายกับ บางระจันแตกนะครับ เมื่อบางโฉมศรีแตก น้ำไหลเข้าลพบุรี ตีเข้าอยุธยา แตกกระเจิง วัดวาอาราม โบราณสถานทำลายเสียหายหมด ไม่ปราณีกันเลยนะครับ น้ำนี้มันสำคัญจริงๆ เดือนร้อนกันไปถ้วนหน้า กว่าน้ำจะลด กว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ ก็ร่วม ๙ เดือน เหมือนกับพระเจ้าตากสินตีหัวเมืองกลับมาด้วยความยากลำบาก กว่าจะดีขึ้นก็ทำนาเก็บเกี่ยวครั้งหลังโน้นแหละ  ที่เล่ามาก็เป็นอุปมาอุปไมยนะครับ ก็ลองคิดกันดู  อดีตที่ผ่านมามันสอดคล้องกับปัจจุบันและบ่งบอกถึงอนาคต ลองมองย้อนไปจะเห็นได้ว่า อดีตน้ำท่วมหนัก  ปัจจุบันท่วมหนักขึ้น อนาคตก็ต้องบอกว่าจมหนัก นี้เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ คนเราต้องเรียนรู้อดีต อยู่กับปัจจุบัน และวางแผนไว้อนาคต คนเราต้องเตรียมตัวไว้สำหรับตัวเราเอง เราจะพึ่งหรือรอให้คนอื่นช่วยเป็นอันดับสอง อันดับสามรอโชค ช่วงนี้ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ขอให้ทุกคนที่ถูกน้ำท่วมเข้มแข็ง เข้มแข้งในด้านจิตใจ หากจิตเข้มแข้ง กายก็เข้มแข็ง อย่างพระเจ้าตากท่านมีจิตใจที่เข้มแข็ง เรื่องที่เสียไปแล้วก็เสียไปรวบรวมกำลังใจ ต่อสู้ใหม่ น้ำท่วมครั้งนี้ก็เหมือนกัน หม้อข้าวมันลอยไปกับน้ำแล้วก็ลอยไป น้ำลดเมื่อไหร่ทำงานหาเงินซื้อเอาไหม่ หากจิตเข็มแข็ง กายก็แข็งแรง มันจะไม่มีความเศร้าโศกเสียใจกับคนจิตเข็มแข็ง คนมีจิตเข็มแข็งสามารถชนะทุกสิ่งได้ เพราะจิตคือผู้ฉลาด จิตคือผู้ชนะ ดังนั้น บทความนี้ยกตัวอย่างพระเจ้าตากสิน ท่านมีจิตใจที่เข้มแข็ง สามารถชนะทุกสิ่งทุกอย่างได้ เราเมื่อน้ำท่วมก็ให้มีจิตที่เข้มแข็งเหมือนพระเจ้าตาก น้ำลดเมื่อไหร่ ก็กลับไปรบ และรบต้องชนะ ชนะแล้วก็เรียนรู้ และจะเป็นผู้ชนะตลอดไป ที่กล่าวมาไม่ใช่เฉพาะผู้ที่ถูกน้ำท่วม หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ จิตคือผู้ชนะ เราคิดค้นอะไรได้ก็ด้วยจิต ทำอะไรก็ด้วยจิตนี้แหละ สุดท้ายขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับ สตีปจ๊อบ CEO Apple ผู้สร้างคุณแก่โลก ผู้มีจิตสาธารณะ